คุณรู้หรือไม่ว่า ดาวที่มีความสว่างน้อยที่สุดกำลังถูกซ่อนไว้หลังพื้นท้องฟ้าที่สว่างเพิ่มขึ้น 10% ทุก ๆ ปี

บทความจาก ART SKY
26/11/2025
คุณรู้หรือไม่ว่า ดาวที่มีความสว่างน้อยที่สุดกำลังถูกซ่อนไว้หลังพื้นท้องฟ้าที่สว่างเพิ่มขึ้น 10% ทุก ๆ ปี
ภาพด้านบน คือ ภาพถ่ายท้องฟ้าบริเวณใจกลางทางช้างเผือกใกล้ขอบฟ้าทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ในรุ่งเช้าของวันที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2565 ณ พระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ ดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ โดยวัตถุสว่างที่สุดในภาพคือดาวศุกร์  (ที่มา : คุณศุภฤกษ์ คฤหานนท์ - ให้การอนุญาติให้ใช้ภาพ)


"...ดาวที่มีความสว่างน้อยที่สุดในท้องฟ้ายามค่ำคืนถูกซ่อนไว้โดยพื้นหลังท้องฟ้าที่สว่างเพิ่มขึ้น 10\% ทุกปี อันเป็นผลมาจากแสงประดิษฐ์... จาก Kyba et al. (2023) 
ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา “ท้องฟ้ามืด” ได้กลายเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่ลดลงรวดเร็วที่สุดประเภทหนึ่งของโลก เนื่องจากแสงประดิษฐ์ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากการขยายตัวของเมืองและโครงสร้างพื้นฐาน โดย แสงประดิษฐ์นี้ไม่ได้ทำลายเพียงท้องฟ้าสำหรับการดูดาวเท่านั้น แต่ยังส่งผลให้เกิดการหลั่งสารเมลาโทนินลดลงในมนุษย์ส่งผลให้พบปัญหาการนอนมากขึ้น การย้ายถิ่นของแมลงและสัตว์ที่หากินกลางคืนผิดปกติ ส่งผลให้ระบบนิเวศน์โดยธรรมชาติถูกทำลายลง จากงานวิจัยของทีมเราพบว่า ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาประเทศไทยสูญเสียพื้นที่ท้องฟ้ามืดไปแล้ว 15% ภายใน 11 ปี ปัจจุบันพื้นที่ ๆ ยังสามารถมองเห็นทางช้างเผือกได้ด้วยตาเปล่าเหลือ 60% ของพื้นที่ประเทศ เราพบว่ากว่า 60\% ของประชากรไทยอาศัยอยู่ใต้ท้องฟ้าที่เห็นทางช้างเผือกอีกต่อไป ในจำนวนนี้ 20\% อยู่ภายใต้แสดงประดิษฐ์ในระดับที่เป็นอันตรายต่อดวงตาอย่างถาวร เมื่อเทียบกับต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว (เช่น ที่สหราชอาณาจักร) หรือประเทศที่กำลังพัฒนา (เช่น บอตสวานา ในแอฟริกาใต้ และชิลี ในอเมริกาใต้) ไทยมีแนวโน้มเสื่อมสภาพเร็วที่สุด สาเหตุสำคัญของประเทศไทยคือ การไม่มีนโยบายด้านท้องฟ้ามืดระดับชาติ \citep{sur25} สำหรับ จังหวัดเชียงราย ยังถือเป็นหนึ่งในจังหวัดที่มีศักยภาพสูงที่สุดของไทย เหลือพื้นที่ท้องฟ้ามืดราว 93% ซึ่งอยู่ในอันดับ 12 จาก 77 จังหวัด ทั้งนี้ ทีมวิจัยได้สร้างแผนที่ท้องฟ้ามืดรายจังหวัดเพื่อที่หน่วยงานต่าง ๆ ประชาชนสามารถนำไปใช้เพื่อยกระดับพื้นของตนเป็นแหล่งท่องเที่ยวท้องฟ้ามืดเชิงชุมชนได้ หากได้รับการจัดการแสงอย่างถูกต้อง