ความรัก...ก็เหมือนชีวิตของระบบดาวคู่ มีใครมีความรักเหมือนฉันบ้าง?
คุณรู้ไหมว่าดวงดาวพบบท้องฟ้านั้น
ส่วนใหญ่ไม่ใช่ดาวเดี่ยวแบบดวงอาทิตย์ของเรา แต่เกิน 50% เป็นระบบดาวคู่ (ดาวคู่
หมายถึง ระบบดาวที่ประกอบด้วยดาวฤกษ์ 2 ดวงโคจรรอบซึ่งกันและกัน)
ซึ่งจะมีการวิวัฒนาการ หรือมีการเกิด-แก่-เจ็บ-ตาย
ที่แตกต่างกับดาวเดี่ยวโดยสิ้นเชิง
ดาวเดี่ยว เช่น ดวงอาทิตย์ของเรา
เมื่อแก่ตัวลง เชื้อเพลิงไฮโดรเจนที่ใจกลางใกล้จะหมด
มันจะขยายขนาดใหญ่ขึ้นกลายเป็น “ดาวยักษ์แดง (red giants)” จนเนื้อดาวสามารถกลืนกินดาวพุธและดาวศุกร์
(แต่จะไม่ขยายขนาดจนกินโลกเราได้) เมื่อขยายขนาดจนถึงประมาณดาวศุกร์
ดวงอาทิตย์จะระเบิดเปลือกออกไป เหลือแต่ใจกลางของดาวที่มีความหนาแน่นสูง เรียกว่า
“ดาวแคระขาว (white dwarfs)” ถือเป็นวาระสุดท้ายของดาวฤกษ์มวลน้อยหรือประมาณมวลดวงอาทิตย์
แต่ ๆ ๆ ๆ หากดวงอาทิตย์ของเรามีคู่
วาระสุดท้ายจะแตกต่างจากนี้โดยสิ้นเชิง! โดยวิวัฒนาการของดาวคู่เราสามารถแบ่งออกเป็นช่วง
ๆ ได้หลายช่วง แต่กติกาที่จะเป็นตัวคอยกำหนดทุกอย่างนั้น (ที่ดาวคู่มี
แต่ดาวเดี่ยวไม่มี) คือ ขีดจำกัดทีมีลักษณะคล้าย “เลข 8” เรียกว่า “ผิวห่อหุ้มโรช
(Roche
Lobe)” เราจึงจะเชื่อมโยง “เลข 8” นี้กับการแบ่งช่วงวิวัฒนาการของดาวคู่เป็น
“8 ช่วง” ซึ่งเพื่อให้ผู้ฟังข้าใจง่ายเราจึงจะเทียบเคียงกับสิ่งที่ทุกคนเข้าถึงได้
นั่นคือ “ความรัก” จึงเป็นที่มาที่ไปที่จะมาทำความเข้าใจ "สเตปของความรัก
เทียบกับความเป็นไปของดาวคู่" กันตามลำดับ ต่อไปนี้
1.
ดาวคู่แบบแยกกัน
: ดาวฤกษ์สองดวงโคจรรอบซึ่งกันและกันโดยยังไม่มีการถ่ายเทมวลสาร (คู่รักที่พึ่งคบหาดูใจกัน
โดยยังไม่มีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดเปย์ คู่รักแบบนี้จะมีลักษณะต่างคนต่างอยู่
ไม่ใช้เงินกระเป๋าเดียวกัน แต่ก็รักกันนะ เพราะถือว่าแชร์วงโคจรเดียวกันอยู่
อยู่ด้วยกันได้ เพียงแค่ไม่ละลาบละล้วงเรื่องส่วนตัว)
2.
ดาวคู่แบบแยกกัน...แต่เริ่มมีฝ่ายหนึ่งรักอีกฝ่ายมากกว่ามาก
ๆ : ดาว A มีมวลมากกว่าจะขยายตัวเป็นดาวยักษ์แดงก่อน
แต่ยังขยายขนาดไม่ถึงขีดจำกัดของตน จึงยังไม่มีการถ่ายเทมวลสารเกิดขึ้น (เช่น ฝ่าย
A เริ่มครั่งรักฝ่าย A มากกว่า พร้อมที่จะเปย์เต็มที่ แต่...ก็ยังไม่เปย์
อีกนิดเดียวก็จะปริปากกระเป๋าตังค์แล้ว)
3.
ดาวคู่แบบกึ่งแยกกัน
: ดาว A ขยายขนาดถึงขีดจำกัดของตน จึงเกิดการถ่ายเทมวลสารสู่อีกฝ่าย (ฝ่าย A ครั่งรักขั้นสุดและเริ่มเปย์ฝ่าย
B... -ขณะที่ฝ่าย B สะสมมวลสารเพิ่มมากขึ้น รวยขึ้นหรือได้รับความรักมากขึ้น)
4.
ดาวคู่แบบแตะกัน
: ดาว A ถ่ายเทมวลสาร มวลสารกระจายครอบคลุมพื้นที่ทั้งระบบดาวคู่ (ฝ่าย A เปย์เยอะจัด
จนเงินที่ถ่ายเทไปนั้นประหนึ่งเป็นเงินของฝ่าย B แสดงว่าไม่มีการแยกกระเป๋ากันแล้ว
เรียกว่าเงินอยู่ใน “ซอง (envelope)” เดียวกัน
หรืออาจเปรียบได้ว่าเป็นคู่รักได้แต่งงานใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันแล้ว)
5.
ดาวคู่หลังช่วงเอนเวลโลบร่วม
: เอนเวลโลบร่วมเริ่มคลายตัว ดาวทั้งสองขยับเข้าใกล้กันมากขึ้น
(คู่รักที่แต่งงาน/หรืออยู่ด้วยกันแล้ว ย่อมมีช่องว่างระหว่างกันและกันที่แคบลง)
6.
ดาวคู่หลังช่วงเอนเวลโลบร่วม
: แกนกลางดาว A หดยุบด้วยแรงโน้มถ่วงสูงจนอิเล็กตรอนภายในดาวกลายเป็นอิเล็กตรอนเสื่อมทราม
(degenerated electron) กลายเป็นวัตถุที่มีความหนาแน่นสูง เรียกว่า “ดาวแคระขาว”
ซึ่งมีหนาแน่นสูง แต่ไม่สว่าง (ฝ่าย A หมดตัว
ด้วยชีวิตที่ผ่านแรงกดดันสูงทำให้กลายเป็นคนจิตใจหนักแน่นเหนือคนปกติ ในสายตาคนภายนอกอาจเห็นว่าไม่สดใจ
แต่หารู้ไม่ว่าคน ๆ นี้มีจิตใจที่หนักแน่นมาก)
7.
ดาวคู่ที่เป็นดาวแปรแสงคาทาคลิสมิก
(หรือดาวแปรแสงวินาศ!) คือ
ดาวคู่ที่ดาวดวงหนึ่งเป็นดาวแคระขาวและกำลังได้รับมวลสารจากดาวคู่ของมัน) : ดาว B วิวัฒน์ต่อไปจนขยายตัวจนเป็นดาวยักษ์และมีการถ่ายเทมวลสารให้ดาวแคระขาว
A (ฝ่าย B เริ่มมีหน้ามีตาขึ้นและขยายตัวออก ความรักและเงินทองมีเผื่อแผ่ฝ่าย A กลับบ้าง)
8.
ดาวคู่ที่เป็นดาวแปรแสงคาทาคลิสมิก
: ดาวแคระขาว A ได้รับมวลมากขึ้น จนมีมวลเกินขีดจำกัด
และระเบิดกลายเป็นซูเปอร์โนวาชนิด 1เอ (type Ia supernovae) ซึ่งเป็นวัตถุที่ให้ความสว่างมากที่สุดในเอกภพ
และยังมีลักษณะเฉพาะตัวที่มีคุณูประการยิ่ง
เนื่องจากสามารถใช้เป็นเครื่องวัดระยะทางระหว่างดาราจักรได้ (ฝ่าย A ที่มีจิตใจหนักแน่น
เมื่อได้รับความรักจากฝ่าย B อีกครั้ง ก็เจิดจรัสอีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่ ทำให้เธอประสบความสำเร็จในชีวิตอย่างสวยงาม
ความงามนี้ได้สร้างแรงบันดาลใจและก่อประโยชน์ให้กับคนในสังคมได้จากเรื่องราวของเธอ)
9.
หลังจากการระเบิดตัวเองของดาวแคระขาว
ความรุนแรงนั้นจะดีดดาวคู่ของมันออกจากวงโคจร ใจกลางของซูเปอร์โนวาชนิด 1เอ: ฝ่าย A
ตัดฝ่าย B ออกจากชีวิต ไม่ต้องมีคู่ก็เจิดจรัสได้...
10.
10. เนบิวลาดาวเคราะห์ (planetary nebula): ใจกลางของซูเปอร์โนวาชนิด 1เอ
ที่หลงเหลืออยู่ อาจหลงเหลือใจกลาง (หากเดิมเคยเป็นดาวมวลน้อย)
หรือระเบิดแบบไม่เหลือใจกลาง (หากเดิมเป็นดาวมวลมาก) จะมีก๊าซที่เกิดจากการระเบิดพวยพุ่งออกมา
มีสันสันและรูปร่างที่ไม่จำกัด (ฝ่าย A สวยงามแบบเลิศ ๆ เชิด ๆ)
11.
เนบิวลาแหล่งกำเนิดดาว :
เนบิวลาเริ่มก่อตัวเพื่อเป็นแหล่งสร้างดาวฤกษ์ดวงใหม่รุ่นต่อไป
โดยเกิดใหม่รอบนี้อาจก่อตัวเป็นดาวเดี่ยว ดาวคู่ หรือมากกว่านั้นย่อมได้ (ฝ่าย A สามารถมีรักครั้งใหม่
ในรูปแบบที่ไม่จำกัด)